วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

                               ขนมฝอยทอง ขนมเม็ดขนุน ขนมทองหยิบ และขนมทองหยอด
                   




  ขนมฝอยทอง ขนมเม็ดขนุน ขนมทองหยิบ และขนมทองหยอด

  
                 เกิดขึ้นในรัชสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดย ดอนญ่า มารี กีมาร์ เดอปิน่า (ท้าวทองกีบม้า, พ.ศ. 2202-2265)
ลูกครึ่งโปรตุเกส-ญี่ปุ่น ภริยาของเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) ท้าวทองกีบม้ามีหน้าที่เป็นหัวหน้ห้องเครื่องต้น เป็นผู้ทำอาหารเลี้ยงต้อนรับคณะราชทูตจากฝรั่งเศสที่มาเยือนกรุงศรีอยุธยาในสมัยนั้นมีชาวโปรตุเกสนำสูตรขนมฝอยทองมาเผยแพร่ให้แก่คนไทย ซึ่งตามปกติขนมไทยแท้ๆจะไม่เอาไข่เป็นส่วนผสมในการทำ ขนมกันนัก ส่วนใหญ่จะเป็น แป้ง กะทิ น้ำตาลมะพร้าวมากกว่าอย่างอื่น เมื่อชาวโปรตุเกสเข้ามาค้าขายกับคนไทยในยุคนั้นก็จะพาแม่บ้านมาด้วยเลยได้สอนการทำฝอยทองให้แก่คนไทยจนเป็นที่ถูกอกถูกใจทำกินจนถึงปัจจุบัน
                                                                     
ฝอยทอง 


เม็ดขนุน

ทองหยิบ

ทองหยอด


                                   
ขนมบ้าบิ่น

ขนมบ้าบิ่นเป็นขนมที่มีชื่อเสียงชนิดหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขนมบ้าบิ่นที่ขึ้นชื่อนั้นเป็นขนมบ้าบิ่นของอำเภอท่าเรือ ซึ่งเป็นขนมที่มีรสชาติหวานมันหอม ในปัจจุบันนี้ผู้ผลิตได้พัฒนาให้มีถึง 3 ชนิด คือ ชนิดสีขาวทำจากมะพร้าวอ่อน ชนิดสีเขียวทำมาจากใบเตย ชนิดสีดำหรือสีม่วงทำมาจากข้าวเหนียวดำ ชาวบ้าน ทำไว้สำหรับบริโภคภายในครัวเรือนและแลกเปลี่ยนกับเพื่อนบ้าน และเป็นอาชีพที่ ทำรายได้แก่ประชาชนชาวอำเภอท่าเรือ อีกอย่างหนึ่งด้วย

                             ขนมถ้วยฟู



มีความหมาย "เจริญงอกงาม รุ่งเรื่องเฟื่องฟู
ชาวไทยเชื้อสายจีนในเมืองไทยมักนิยมทำสืบทอดกันมาแต่ บรรพบุรุษ
ในวันไหว้เจ้า ไหว้ตรุษจีน เช้งเม้ง หรือ พิธีมงคลอื่นๆก็จะใช้กัน 
ไหว้เจ้ามักจะใช้ขนมถ้วยฟูสีขาว งานมงคลต่างๆ เช่นแต่งงาน มักใช้สีชมพู 
แต่ปัจจุบัน ดัดแปลง มีหลากหลายสีมากขึ้น  ทำจากสีผสมอาหารบ้าง สีธรรมชาติบ้าง
บันทึกนี้ จะทำสองสี ค่ะ
สีขาวธรรมชาติของสีแป้งข้าวเจ้า  และ สีเหลือง ทำจากฟักทอง 

ขนมชั้น



ขนมชั้น เป็นขนมไทยอีกหนึ่งอย่างที่นิยม กินเป็นอย่างมาก เพราะหาซื้อได้ง่าย ๆ มีเนื้อที่เหนียวนุ่ม รสชาติหวานละมุน หอมกลิ่นใบเตย มีหลายแบบให้เลือก ทั้งแบบชิ้นสี่เหลี่ยมเป็นชั้น ๆ แบบที่เป็นรูปดอกไม้ หรือนำมาพันเป็นรูปดอกกุหลาบก็มี และหลายคนก็อาจจะเข้าใจไปว่า ขนมชั้นนั้นทำยาก จริง ๆ แล้วง่ายกว่าที่คิดเยอะ ส่วนผสมก็มีไม่กี่อย่างเท่านั้น 

                                                           ขนมโค

ขนมพื้นบ้านชาวปักษ์ใต้ เชื่อว่าเป็นขนมโบราณที่ยังคงสืบทอดสู่รุ่นสู่รุ่นชาวปักษ์ใต้นิยมทำขนมโคไว้ทานเล่นเพราะท่านได้ง่าย

ขนมโคจัดเป็นของหวานหรือของหวานก็ได้ทำจากแป้งข้าวเหนียว ใส้ใช้น้ำตาลแว่นหั่นสีเหลี่ยมลูกเต๋านำไปต้มให้สุขแล้วคลุกมะพร้าวขูดฝอยที่ผสมเกลือ


                                                        ขนมถังแตก


เป็นขนมแผ่นแป้งห่อไส้ คล้ายๆเครป แต่มีไส้เป็นมะพร้าวขูดฝอย โรยด้วยน้ำตาลทราย เกลือและเมล็ดงา ต้องไปเดินตามงานวัดถึงจะเจอ ว่ากันว่าที่เรียกว่าขนมถังแตก ก็เพราะเป็นขนมขวัญใจคนยาก เพราะชิ้นเดียวอิ่มจุท้องได้นานถึงมื้อหน้าเลยทีเดียว  เหมาะสมสำหรับคนสตางค์น้อย รวมไปถึงคนที่กำลังถังแตกนั้นเอง เลยเป็นที่มาของขนมชนิดนี้

                                                          ขนมจ่ามุงกุฏ


หมายถึงการเป็นหัวหน้าสูงสุดนิยมให้เพื่อแสดงความยินดีและอวยพรในงานเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งลักษณะขนมก็คล้ายกับมุงกุฏที่ประดับด้วยเมล็ดแตงโมและทองคำเปลว จ่ามงกุฏเป็นขนมไทยโบราณที่หารับประทานได้ยาก เพราะใช้เวลาในการทำนาน สมัยโบราณจัดเป็นขนมในราชสำนัก เป็นเครื่องเสวยสำหรับถวายพระเจ้าแผ่นดิน ขนมจ่ามงกุฏต้นตำหรับเดิมเป็นของสมเด็จ พระศรีสุริเยนทราบรมราชินีในรัชกาลที่2

                                                            ขนมหัวล้าน


ลักษณะของขนมทำจากแป้งข้าวเหนียวเมื่อผสมกับน้ำแล้วปั้นเป็นก้อนกลมๆด้านในมีใส้มะพร้าวและใส้ถั่วเขียว

บุหลันดั้นเมฆ
หนึ่งในบรรดาขนมไทยชาววัง ที่มีชื่อ หน้าตาและสีสัน ที่สวยงาม เกิดจากจินตนาการ ออกแบบสีและรูปทรงจากการฟังบทเพลงพระราชนิพนธ์ "บุหลันลอยเลื่อน" โดยแทนสีเหลืองที่อยู่ตรงกลาง เป็น บุหลันหรือดวงจันทร์ (ทำจากไข่แดง) และแทนสีฟ้าครามที่อยู่ล้อมรอบ เป็น ท้องฟ้า (จากน้ำอัญชัน)
 ขนมเกสรชมพู
ขนมชนิดนี้มองกันให้ดีนะเจ้าคะ ว่านั่นคือมะพร้าวขูด ไม่ใช่ข้าวเหนียว เพราะมีหลายคนเข้าใจผิดเป็น "ข้าวเหนียวแก้ว" ซึ่งที่จริงแล้วคือมะพร้าวขูดกวนกับวุ้น รสชาตินี้หม่อมขอบอกเลยเจ้าค่ะว่า รสมะพร้าว "มันติดปาก หอมติดใจ และ หวานติดปลายลิ้น"
           ขนมหม้อตาล
หรือ ที่เรียกว่าขนม "หม้อเงิน หม้อทอง" เป็นขนมที่นิยมใช้ในพิธีมงคลสมรส เพราะชื่อและรูปทรง ที่มีความหมายถึง หม้อที่เต็มไปด้วยเงินทอง เต็มไปด้วยสีสันของน้ำตาล ความหวาน ช่วยส่งเสริมให้บ่าวสาวรักกันยาวนาน ร่ำรวย
ขนมสามเกลอ

ความเก๋ของขนมสามเกลออยู่ตรงที่ เป็นขนมสำหรับเสี่ยงทายในวันแต่งงาน โดยจะดูได้จากการนำลงไปทอด 3 ลูกเรียงกันถ้าทอดแล้วยังติดกันอยู่ 3 ลูก ถือว่าบ่าวสาวจะรักใคร่กลมเกลียวกัน แต่ถ้าทอดแล้วติดกัน 2 ลูก อาจจะมีลูกยากหรือไม่มีเลย และถ้าไม่ติดกันเลยซักลูก แปลว่าชีวิตสมรสจะไม่มีความสุข แต่ถ้าทอดแล้วพองฟูจะถือว่าเป็นคู่ที่เหมาะสมราวกิ่งทองกับใบหยก
ขนมลา
ขนมลา เป็นขนมหวานพื้นบ้านของทางภาคใต้ ของประเทศไทย ซึ่งทำมาจากแป้งข้าวเจ้า เป็นขนมสำคัญหนึ่งในห้าชนิดที่ใช้สำหรับจัดเพื่อนำไป ถวายพระสงฆ์ในงานประเพณีบุญสารทเดือนสิบ ซึ่งเป็นงานบุญประเพณีที่สำคัญของจังหวัดในภาคใต้ เช่น จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลาโดยอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับ ขนมลาปรุงขึ้นเพื่อเป็นเสมือนแพรพรรณเสื้อผ้า
ปัจจุบันขนมลามีจำหน่ายตลอด ทั้งปี ไม่ปรุงเฉพาะในเทศกาลอย่างที่เคยปฏิบัติมา ขนมลามี 2 ชนิดคือลาเช็ดและลากรอบ ขนมลาเช็ดจะใช้น้ำมันน้อย โรยแป้งให้หนา เมื่อสุกพับเป็นครึ่งวงกลม รูปร่างเหมือนแห ลากรอบ นำลาเช็ดมาโรยน้ำตาลแล้วนำไปตากแดด ในปัจจุบันมีการทำลากรอบแบบใหม่ โดยเพิ่มแป้งข้าวเจ้าให้มากขึ้น ใช้น้ำมันมากขึ้น เมื่อแป้งสุกแล้วม้วนเป็นแท่งกลม พักไว้จนเย็นจึงดึงไม้ออก

3 ความคิดเห็น: